ความหวังใหม่ของชาวโลกเพื่อสันติภาพ โดย ชมรมพาตัวใจกลับบ้าน

Add comment กรกฎาคม 22, 2008

เทคนิดการไล่ความคิด…ทำเหมือนปิดสวิชท์ไฟ

25/04/08
เรียนอาจารย์ศุภวรรณ

ดิชั้นมีข้อสงสัยในการปฏิบัติอยากเรียนถามอาจารย์ดังนี้ค่ะ

การกลับบ้านที่ 1 คือ รู้การเคลื่อนไหวของกาย ขณะนั้น
การกลับบ้านที่ 2 คือ รู้ความรู้สึกของกาย ขณะนั้น

แต่ช่วงก่อนที่จะพาตัวใจกลับบ้าน คือโดนเจอรี่ดำ
เข้าบ้าน
เหมือนเราจะต้องไล่ หรือหยุด
ความคิดนั้นก่อนน่ะค่ะอาจารย์ อย่างของอาจารย์คือ
อาจารย์จะใช้เสียงไล่ก่อน
มีความรู้สึกว่าต้องทำขั้นตอนนี้ก่อน
ถึงจะพาตัวใจกลับบ้านได้
แต่ถ้าไม่ใช้เสียงแบบอาจารย์จะทำอย่างไรได้คะ
(ไม่ทราบคำถามวกวนหรือปล่าว)

อีกคำคามค่ะอาจารย์การจับความคิดสุดท้าย
คือการที่เรารู้ว่า เราคิดอะไรเป็นเรื่องสุดท้าย
ก่อนที่จะรู้ตัวและพาตัวใจกลับบ้านใช่หรือปล่าวคะ

ด้วยความเคารพ
ผ่องใส

(more…)

Add comment พฤษภาคม 10, 2008

การอบรมธรรม ของอ.ศุภวรรณ กรีน ประจำปี 2551

การ “อบรม” ครอบคลุมการอธิบายข้อธรรมต่าง ๆ ที่เนื่องกับการปฏิบัติสติปัฏฐานสี่ ดังนี้
รวมทั้งภาคปฏิบัติในอิริยาบทต่าง ๆ เช่น นั่งสมาธิ รำท่าไท้เก็กชี่กง เป็นต้น
1) การกำหนด “ตัวใจ” “ตาใจ” หรือ อายตนะที่ ๖
2) การพาตัวใจกลับบ้านทั้งสี่หลัง
3) เข้าใจบทบาทของแมวกับหนู Tom and Jerry
4) เข้าใจสภาวะที่เป็นมายา การทำงานเหมือนรุ้งกินน้ำ
5) เข้าใจสัจธรรม ความจริงที่อยู่เบื้องหน้า
6) เข้าใจเรื่องการตื่นจากความหลับไหลของอวิชชาได้อย่างไร
7) เข้าใจ “ผัสสะบริสุทธิ์” ในฐานะของสัจธรรมหรือนิพพาน
8) ฝึกหัดการรับผัสสะอย่างบริสุทธิ์เมื่อใจสงบจากการรบกวนของหนู หรือ ความคิด
9) พูดเรื่องต่างศาสนาและวิทยาศาสตร์มาพบกันที่ “ผัสสะบริสุทธิ์”
10) ให้คำแนะนำเรื่องการปฏิบัติสติปัฏฐานสี่ในชีวิตประจำวัน

การอบรมที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กันยายน - พฤศจิกายน 2551
Downloadใบสมัคร(excel)

รอบภาษาไทย รุ่นละ 250 ท่าน…

รุ่นที่ 1 => วันที่ 6,7 และ 13, 14 กันยายน 2551
รุ่นที่ 2 => วันที่ 20,21 และ 27, 28 กันยายน 2551
ในแต่ละรอบของการอบรมที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะมี 4 วัน โดย 2 วันแรกจะเป็นรอบพื้นฐานซึ่งอาจารย์ศุภวรรณจะสอนเรื่องการพาตัวใจกลับบ้านที่ 1-2 และเข้าใจศัพท์พื้นฐานก่อน พร้อมภาคปฏิบัติ ส่วนสองวันหลังจะเป็นรอบก้าวหน้าซึ่งจะซักซ้อมการพาตัวใจกลับบ้านที่ 3 และ 4
คณะทำงานจึงขอย้ำในที่นี้ว่า หากท่านต้องการสมัครเข้ารับการอบรมแล้ว โปรดสมัครเข้ามาให้ครบทั้ง 4 วันหรือหากไม่สะดวกในการอบรมต่อเนื่อง *กรุณาแจ้งเวลาเลื่อนการอบรมล่วงหน้าก่อนการอบรม 15 วันและสามารถแจ้งเลื่อนได้ 1 ครั้ง ในการอบรมรอบพื้นฐานและก้าวหน้า ท่านใดที่ไม่สามารถทำได ้ กรุณาดูดีวีดี คู่มือชีวิตภาควิปัสสนา ของอาจารย์ศุภวรรณมาก่อน ถึงแม้ท่านเคยเข้าอบรมแล้ว ก็ควรต้องดูอีก เพราะการฟังในแต่ละวันมีเนื้อหาที่ต้องเก็บมากมาย ซึ่งท่านไม่สามารถเก็บและย่อยได้หมดในวันเดียว ฉะนั้น การฟังซีดีเสียงหรือดีวีดีภาพของการอบรมหลังจากเข้ารับการอบรมแล้ว จึงถือเป็นปัจจัยหลักอีกข้อหนึ่งที่จะช่วยให้ท่านมีความก้าวหน้า ในการพาตัวใจกลับบ้านเพื่อออกจากสังสารวัฏ
สำหรับท่านที่มีบุตรหลานอายุ 10 ปีขึ้นไป หากต้องการพามาร่วมฟังการอบรม ทางทีมงานขอความกรุณาให้ท่านช่วยดูแลบุตรหลานของท่านด้วย
กำหนดการ
9.00 น. - 12.00 น. อบรม ( พักรับประทานอาหารว่าง 15 นาที )
12.00 น. - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. - 16.00 น. อบรม ( พักรับประทานอาหารว่าง 15 นาที

คอร์สอบรมอื่นๆ

รอบภาษาอังกฤษรุ่นละ 50 ท่าน…

Here and Now holiday => วันที่4-7 ธันวาคม 2551
Downloadใบสมัคร(pdf)
รอบภาษาไทย รุ่นละ 50 ท่าน(4500 บาท ต่อ 1 ท่าน)
ผัสสะบริสุทธิ์ รุ่น 1 => วันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2551
Downloadใบสมัคร(pdf)
ผัสสะบริสุทธิ์ รุ่น 2 => วันที่ 28-30 ธันวาคม 2551
Downloadใบสมัคร(pdf)

การอบรม”พาตัวใจกลับบ้าน”ในต่างจังหวัด
รอบภาษาไทย

ภูเก็ต => วันที่ 24-26 ตุลาคม 2551
เชียงใหม่ => วันที่ 12-14 ธันวาคม 2551
Downloadใบสมัคร(excel) ติดต่อได้ที่ คุณเกศรา โทร 076-226-164-6

การอบรม”พาตัวใจกลับบ้าน” ที่ประเทศเยอรมัน
รอบภาษาไทย

เมืองมาร์คดอร์ฟ(Markdorf) เขต Bodensee
วันที่ 7-9 สิงหาคม 2551
ติดต่อ-สอบถามได้ที่ คุณพิกุล โทร. 0049-74047899
เมืองเวือร์ซบวร์ก(Wurzburg) วันที่ 11-12 สิงหาคม 2551
ติดต่อ-สอบถามได้ที่ ดร.นิลุบล โทร. 0049-93198480
เมืองบอนน์(Bonn) วันที่ 13-15 สิงหาคม 2551
ติดต่อ-สอบถามได้ที่คุณศิริลักษณ์ โทร.0049-2241-27822
sirschmidt@hotmail.com
เมืองพาเดอร์บอน(Paderborn) วันที่ 16 สิงหาคม 2551
ติดต่อ-สอบถามได้ที่คุณสุคนธา(ใหญ่) โทร. 0049- 5273351442
รายละเอียดเพิ่มเติม

Add comment เมษายน 9, 2008

ความรู้ 2 ประเภท

๑๗ มีนาคม ๕๑

สวัสดีค่ะ อาจารย์ศุภวรรณ
ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ดิฉันอายุ ๒๘ ปี ทำงานเป็นทันตแพทย์ค่ะ
ปัจจุบันมีแฟนแต่ยังไม่ได้แต่งงานค่ะดิฉันได้ข้าชมเว็บไซต์
และอ่านหนังสือของอาจารย์มาระยะหนึ่งแล้วค่ะ จุดเริ่มต้นที่เริ่มศึกษาธรรมะคือ
หลังจากเลิกกับแฟนคนแรก ทุกข์หนักมาก
ตอนนี้ได้มีโอกาสอ่านคู่มือมนุษย์ของท่านอาจารย์พุทธทาส
ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นจริงๆ จัง หลังจากนั้นได้อ่านผลงานของคุณดังตฤณ
และไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็นของทันตแพทย์สม สุจีราด้วย
ณ ปัจจุบัน ดิฉันเชื่อในเรื่อง กฎแห่งกรรมและการเวียนว่ายตายเกิด
อย่างไม่สงสัยแล้วค่ะ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ดิฉันรู้สึกว่าช่วงที่อ่านหนังสือธรรมะนั้น
จิตใจช่วงนั้นก็จะเข้าถึงธรรม เป็นสุขขึ้นแต่แล้วก็จะค่อยๆจางไป
พอได้อ่านเล่มใหม่ก็ดีขึ้นอีก แต่ก็ค่อยๆจางไปอีก
คงเพราะว่าไม่ได้ปฎิบัติสติปัฎฐานค่ะ
พอได้มาพบกับเว็บไซต์ของอาจารย์ รู้สึกดีใจว่าอาจารย์อาจจะสามารถชี้ทางปฎิบัติ
เพื่อให้ธรรมะคงอยู่ในจิตใจอย่างยั่งยืนกว่าแต่ก่อน

ตอนนี้ ดิฉันได้อ่านหนังสือใบไม้กำมือเดียวจบ แล้วกำลังอ่าน คู่มือชีวิต
ภาคกฎแห่งกรรมอยู่ค่ะ ปัจจุบันพอมีความรู้สึกทุกข์ เศร้าหรือโกรธ
ดิฉันก็จะนำจิตกลับมาที่ลมหายใจค่ะตอนนี้ทำได้เพียงเท่านี้ค่ะ
ไม่ทราบว่าอาจารย์มีคำแนะนำอย่างไรบ้างคะ ควรจะอ่านหนังสือเล่มไหน
ของอาจารย์ก่อนหลังคะตอนนี้ดิฉันทำงานอยู่ที่ภูเก็ตค่ะ
อ่านที่เว็บไซต์ทราบว่าอาจารย์จะมาที่ภูเก็ตปลายปีนี้
ต้องขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ ที่ชี้ทางสว่างได้อย่างชัดเจนค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้การทำงานของอาจารย์นะคะ
รัชฏา

(more…)

Add comment เมษายน 6, 2008

ผลตอบรับ ของลูกศิษย์อ.ศุภวรรณ

หนูได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมการปฏิบัติธรรมกับอาจารย์อย่างครบถ้วนทั้ง ๔ วัน ในรุ่นที่ ๑ ปี ๕๐ นี้ เมื่อถึงวันสุดท้าย หนูก็พบว่าคำถามต่างๆที่เคยเฝ้าถามตัวเอง ก็ได้รับคำตอบจาก
อาจารย์อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด อาจารย์ทำให้หนูเห็นว่าสิ่งที่หนูกำลังทำในขณะนี้คือ
ทางเดินที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ไม่มีทางอื่นใดจะถูกต้องยิ่งกว่าทางนี้อีกแล้ว ถึงแม้มารู้เอาช้าไป
หน่อยแต่ก็คิดว่า ยังโชคดีที่ได้มารู้และมีวาสนาที่ได้พบอาจารย์ค่ะ
นลินี อั๋นประเสิรฐ์

กระผมได้รับประโยชน์อย่างมากจากความเมตตา และภูมิธรรมของท่านอาจารย์ที่ได้ชี้ทางให้แก่ ผู้ที่ยังหลงทางเช่นกระผม ความรู้ที่กระผมได้รับจากทั้งการอ่านหนังสือและการอบรม
ของท่านอาจารย์ศุภวรรณ มีคุณค่าอันประเมินมิได้ และเป็นเสมือน missing link
ที่ผมแสวงหามานานนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติและศึกษาแนวทางสติปัฏฐานสี่เมื่อ ๑๓ ปีที่ผ่านมา
คำสอนของท่านอาจารย์ชัดเจนแจ่มแจ้ง และตรงไปตรงมา ทำให้กระผมมีกำลังใจ
และความมุ่งมั่นในการฝึกฝนตนให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างมากมาย นับว่าเป็นบุญและวาสนา
ของกระผมที่ได้มีโอกาสนำตัวเองเข้ามาสู่ในเส้นทางธรรมของท่านอาจารย์ศุภวรรณครับ

อานุภาพ ทัดพิทักษ์กุล

ต้องเรียนอาจารย์ว่า เดิมเคยศึกษาธรรมกับอาจารย์ท่านอื่นมาบ้าง แต่จากที่ได้อ่าน
หนังสือของอาจารย์เกี่ยวกับ นิทานเซน เรื่องชาล้นถ้วยก็เลยเทความรู้ในอดีตทั้งหมดออกไป
แล้วมาพบอาจารย์ด้วยความว่างเปล่า สุดท้ายต้องบอกว่าอิ่มใจ เพราะถ้วยชาที่ว่างเปล่า
ในวันที่ ๒๙ ก.ย.ซึ่งเป็นวันแรกของการอบรมนั้น เมื่อถึงวันที่ ๗ ต.ค. ๕๐อันเป็นวันสุดท้าย
ของการอบรม อาจารย์ได้กรุณาเติมน้ำชาแห่งธรรมให้จนเกือบเต็มแล้วจริงๆจึงรู้ว่าสิ่งที่
อาจารย์สอนนั้น เป็นสิ่งที่ได้อยู่กับเราในชีวิตประจำวันแล้ว และเห็นภาพชัดเจน เข้าใจง่าย
สามารถปฏิบัติตาม จนได้สัมผัสสภาวะที่แท้จริง พวกเราทุกคนที่เข้าอบรมต่างพูดเสียง
เดียวกันว่าวิธีการปฏิบัติของอาจารย์์คือสิ่งที่นำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันนิพพาน
ไม่ได้อยู่ไกล เกินกว่าที่เราจะไปถึงได้สหายธรรมในกลุ่มหลายคนบอกว่ามีกำลังใจ
ในการปฏิบัติมากขึ้น จากเดิมที่รู้สึกว่า มันยากและไกลเกินกว่าจะสัมผัสได้หลังการอบรม
ทุกคนล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเราจะไปให้ถึงนิพพาน

โป้ง / ลูกศิษย์รุ่นที่ ๓ ปี ๕๐

ปฏิบัติเห็นผลจริงเลย จากเมื่อก่อนที่ฟังพระพูด อยากปฏิบัติ แต่เหมือนว่ายาก ทำไม่ได้พอมา
ทำแบบที่อาจารย์แนะนำให้แล้วเหมือนตายแล้ว เกิดใหม่จริง ๆ ชีวิตใหม่ สดใส เบิกบาน
ไม่ต้องโกหกใคร ๆ ไม่ต้องกลัวอะไร อยู่กับพระธรรม พระธรรมคุ้มครอง ถ้าไม่มีอาจารย์
หนูก็ไม่รู้ว่าจะได้เกิดใหม่อย่างนี้หรือเปล่า ขอขอบพระคุณอาจารย์จริง ๆ ค่ะไม่ทราบจะสรรหาคำอะไรมาขอบคุณ หนูเรียนมาน้อยถ้อยคำอาจจะอ่านยาก ฟังวกวนหน่อย แต่ทุกถ้อยออกมาจากจิตใจจริงๆจากความรู้สึกของก้นบึ้งของหัวใจจริงๆค่ะ
จำนง

นับตั้งแต่ผมจำความได้ผมไม่เคยเจองานเขียนแบบนี้เลยเหตุที่กล่าวเช่นนี้เพราะเป็นงานเขียน
ของฆราวาสแต่สามารถรับรู้ถึงรสของพระธรรมอย่างถ่องแท้ได้ขนาดนี้ผมอ่านงานเขียน
แนวธรรมะของพระสงฆ์มานับไม่ถ้วนแล้วและไม่เคยคิดว่าฆราวาสที่ไม่ใช่สมมติสงฆ์จะสามารถฝึก
จนสามารถเข้าถึงและบรรยายให้ผู้คนเข้าใจได้อย่างถ่องแท้และง่ายต่อการเข้าถึงได้ถึงเพียงนี้
ประกอบกับพี่เป็นคนมีความรู้รอบทางด้านภาษาด้วยทำให้ผมดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่รู้ว่า
ยังมีคนอีกนับไม่ถ้วน ที่เป็นคนต่างชาติ ศาสนากำลังเข้าใจสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรจะเข้าใจ
ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะจริงๆและพวกเขากำลังรับรู้สิ่งเหล่านั้น
ผ่านบทความกระบวนการถ่ายทอดที่ง่ายต่อการเข้าถึงของพี่ ถ้าไม่รังเกียจกระผมขอก้มกราบฝากตัวเป็นศิษย์ด้วยคนนะครับ

ด้วยความเคารพอย่างสูง
ร.ต.เพทาย บรรจงกิจ

สัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าเป็นสัปดาห์ที่สองแล้วที่ปุ๋ยงดกินยาต้านเศร้าไป ตามจริงแล้ว มีนัดกับ
คุณหมอเมื่อวันที่ ๖แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงหรือ “การเกิดใหม่”การตื่นขึ้น” ที่เกิดหลังจาก
เข้ารับอบรมธรรมกับอาจารย์ ทำให้บอกเลื่อนนัดคุณหมอออกไปค่ะ. สัปดาห์ที่สองของการ
หยุดกินยาต้านเศร้านั้น ปุ๋ยไม่ได้รู้สึกเศร้าหรืออ่อนเพลียเลย ซ้ำกลับกลายเป็นว่ามีความสุขใจ
เพิ่มขึ้นรู้สึกว่าใจมีพละกำลัง มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นปุ๋ยจึงอยากเรียนอาจารย์ว่า อาจารย์
เปรียบเสมือนแม่ของปุ๋ยคนหนึ่ง เป็นผู้ให้ชีวิตแก่ปุ๋ย ไม่เพียงแต่ให้ชีวิตทางธรรม ทำให้ปุ๋ยรู้
จุดมุ่งหมายสูงสุดอันคือพระนิพพานแต่ยังให้ชีวิตในทางโลกกลับคืนแก่ปุ๋ยด้วย ทำให้ปุ๋ยอยู่
อย่างมีสติ รู้เท่าทัน อยู่กับผู้คนได้โดยไม่โศกเศร้าและเป็นทุกข์มากเหมือนที่เคยเป็นในอดีต

ปุ๋ย

ดีใจมากที่ได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมธรรมกับอาจารย์ครั้งนี้ ตอนแรกไม่คิดว่าจะไป ทั้งๆที่
พี่สาวชวนให้ไป ปฏิเสธพี่สาวไป แต่ตอนหลังเปลี่ยนใจเพราะตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยนิ่ง
ไม่สามารถขจัดสิ่งที่มารบกวนจิตใจได้อย่างที่เคย จึงตัดสินใจว่าน่าจะเข้ารับฟังการอบรมกับ
พี่สาวทั้งๆที่ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าอาจารย์ศุภวรรณเป็นใคร ไม่เคยอ่านหนังสือของอาจารย์ด้วยซ้ำ
คิดแค่อย่างเดียวว่า ลองไปฟังดูก่อนเผื่อจะได้อะไรที่ทำให้ตัวเราสงบได้มากขึ้น ไม่ฟุ้งซ่าน
ไปกับสิ่งเร้าพอได้ฟังการอบรมธรรมของอาจารย์แล้ว หนูรู้สึกดีใจมากที่มีโอกาสได้เข้าไปรู้
เรื่องที่ดีที่สุดแบบนี้ได้ความรู้มากกว่าที่คิดไว้ค่ะ ได้รู้อะไรมากกว่าที่เราเคยคิดว่าพอแล้วและ
เป็นความรู้ที่มีค่ายิ่งนัก

ศิริลักษณ์ อาจแย้มสรวล

ดิฉันชอบไปดูชั้นวางหนังสือธรรมะ แต่มีน้อยเล่มมากค่ะที่จะซื้อมาอ่านเพราะรู้สึกว่าพูด
เหมือนๆกันคือพูดเรื่องโลกๆ การทำความดีการทำใจยอมรับความทุกข์ต่างๆ ซึ่งดิฉันรู้แล้วว่า
ควรทำอย่างไรหรือพวกเสียดายคนตายไม่ได้อ่านที่เป็นหนังสือที่ขายดีสุดๆแต่เมื่อดิฉันลอง
เปิดๆดูแล้ว เห็นว่าทำให้กิเลสยิ่งฟุ้งเสียมากกว่า จนวันหนึ่งดิฉันเห็นหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า
อวดอุตริมนุสธรรมที่มีในตนดิฉันไม่รู้จักคนเขียนเลย ไม่เคยได้ยินชื่อ แต่ทำไมรู้สึกว่าต้อง
อ่านหนังสือเล่มนี้ให้ได้ก็ไม่ทราบมีเงินติดตัวไป ๖๕ บาทไม่สามารถครอบครองได้ ทั้งๆ ราคา
หนังสือถูกมาก เล่มขนาดนี้ปกติต้อง ๓๐๐๔๐๐ บาท ทีเดียว วันรุ่งขึ้นเงินเดือนสามีออก
จึงไปซื้อมาอ่านอ่านจบแล้วอยากกราบขอบพระคุณ คุณศุภวรรณจริงๆค่ะ มีหลายเรื่องที่ดิฉัน
ได้รับคำตอบจากคำถามที่ตัวเองตั้งขึ้นแต่ไม่ทราบจะถามจากใครเช่น นิพพานเป็นยังไง
ไม่เห็นมีใครเคยพูดถึง แต่สามารถเข้าใจได้ทันทีที่อ่านว่า เป็นรถไฟ ๒ ขบวน ไม่ได้ไกลตัว
ไม่ต้องหาจากที่ไหน มันธรรมดามากและอยู่ตรงหน้าเราตลอดเวลา แต่เราไม่รู้ ดิฉันรู้เรื่อง
เป้าหมายมานานแล้ว แต่รู้แบบคลุมเครือ บัดนี้เริ่มมองเห็นลาง ๆ แล้ว ขอบคุณมาก ๆ
อีกครั้งค่ะ
ผ่องใส พาหุรัตน์

ดิฉันขอมอบตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์ด้วยความศรัทธาอาจารย์อย่างสูงในการปฏิบัติและบรรลุ
ในสัจธรรมตามรอยพระพุทธองค์ ดิฉันได้ปฏิบัติธรรมมาเกือบสิบปี แต่เมื่อออกจากห้องปฏิบัติ
ก็กลับไปสับสนวุ่นวายเหมือนเดิมจนถึงปัจจุบันดิฉันได้ฝึกความระลึกรู้โดยการตามดูการ
ทำงานของกายและจิตซึ่งทำได้แบบลุ่มๆดอนๆ ขาดวิ่นไม่ค่อยต่อเนื่องและเห็นการพัฒนา
ทางจิตอย่างช้าๆด้วยความยากลำบากมาถึงต้นปี ๒๕๕๐ ได้มีกัลยาณมิตรแนะนำหนังสือ
อวดอุตริมนุสธรรมของอาจารย์ให้ดิฉัน ซึ่งดิฉันได้อ่านด้วยความซาบซึ้งใจอย่างยิ่งจึงติดตาม
งานเขียนของอาจารย์เกือบครบทุกเล่มแล้วค่ะ ผลที่ได้ตอนนี้คือ ดิฉันรู้สึกว่าการตามดูการ
ทำงานของกายและจิตมีความถี่มากขึ้นโดยไม่ต้องคอยเตือนตัวเอง เป็นไปเอง โดยธรรมชาติ
ได้เห็นความว่างและความสงบอยู่ภายใน จึงอยากกราบขอบพระคุณ ในความเมตตา
และด้วยความศรัทธาอาจารย์อย่างลึกซึ้งค่ะ

นันทวัน

Add comment เมษายน 1, 2008

ผลงานของ อ.ศุภวรรณ

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว รู้สึกว่าใช่เลยไม่เคยเจอคนเขียนหนังสือธรรมะแบบนี้มาก่อนยิ่งอ่าน ก็ยิ่งทึ่งในตัวคนเขียน ไม่ใช่ว่าเขาเขียนด้วยสำนวนหยดย้อยอะไรมากมาย แต่ที่ทึ่งเพราะ
เป็นวิธีการเขียนที่ชัดเจน ตรงไปตรงมามาก เป็นการ
เขียนด้วยความจริงใจต่อผู้อ่าน
นั่นคือเขียนจากประสบการณ์ทางธรรมที่ผู้เขียนประสบด้วยตนเอง จึงสามารถนำมา

ถ่ายทอดได้อย่างน่าสนใจ น่าติดตาม และทำให้ผู้อ่านมีความรู้สึกอยากปฏิบัติตามแนวทาง
ที่เรียบง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อน
ทั้งผู้เขียนก็เป็นหญิงแม่บ้านธรรมดาสามัญ มีสามีเป็นชาวอังกฤษ และมีลูกชายสามคนทำให้ผู้อ่านเกิดกำลังใจว่า การไปนิพพานไม่ใช่เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้
ผู้เขียนเปรียบนิพพานว่า คือ สภาวะหายกลุ้มใจ

ฉะนั้น ถ้าใครยังกลุ้มใจอยู่ไม่ว่าด้วยปัญหาอะไร และอยากหายกลุ้มใจละก็ ย่อมหมายความว่า เราต้องการไปนิพพานแล้ว ฉะนั้น นิพพานจึงเป็นเรื่องที่คนธรรมดาสามัญอย่างฉันและเธอ
ล้วนไปถึงได้ทั้งนั้น หากไม่ละความเพียร หลับหูหลับตาเดินไป สักวันหนึ่งย่อมถึง
จุดหมายปลายทาง ย่อมถึงนิพพานพร้อมกับหายกลุ้มใจในปัญหาทุกอย่างของชีวิต

เพื่อให้นักศึกษาในชั้นไท้เก็กของเธอได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดอาจารย์ศุภวรรณ
จึงเขียนหนังสือเรื่อง
A Handful of Leaves หรือ ใบไม้กำมือเดียว เป็นภาษาอังกฤษก่อน เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าที่พูดเรื่องเป้าหมายของชีวิตในเรื่องการไปนิพพาน
โดยผู้เขียนโยงสภาวะนิพพานให้เชื่อมโยงกับสภาวะของการเข้าถึงพระเจ้า
ซึ่งอาจารย์ศุภวรรณ
บอกว่า คำที่ฟังยิ่งใหญ่เหล่านี้ก็คือ สภาวะเดียวกับการหายกลุ้มใจ หรือหายเครียด
ต่อปัญหาทุกอย่าง และสรุปอย่างง่ายๆให้ชาวตะวันตกฟังว่าใครที่อยากหายเครียดหายกลุ้มใจ

(เข้าถึงสภาวะพระเจ้าหรือพระนิพพาน)ก็ต้องมาฝึกไท้เก็กตามวิธีการของเธอ คือ รำไท้เก็กแบบมีสติ อยู่กับฐานทั้ง ๔ ซึ่งเธอใช้วลีง่าย ๆ ว่า พาตัวใจกลับบ้าน
ต่อมาเธอจึงเขียนฉบับภาษาไทยซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีถึงกับพิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่หก
(ในเวลาประมาณสองปี)

จุดเด่นอีกข้อหนึ่งในงานเขียนของอาจารย์ศุภวรรณคือการใช้ศัพท์และภาษาที่เข้าใจง่าย
ไม่มีคำบาลี หรือมีก็น้อยมาก และมักอธิบายเป็นภาษาไทยกำกับไว้อย่างชัดเจนเสมอ

นอกจากนั้น อาจารย์ศุภวรรณยังเขียนหนังสืออีกหลายเล่มทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เช่น
ใครกลัวตาย…ฟังทางนี้
พรมแดนข้ามโคตร
ทำอย่างไรให้หายกลุ้มใจ
ฆ่าตัวตายไปทำไม…ฆ่าความทุกข์ใจไม่ดีกว่าหรือ?
เริ่มแก้ปัญหาที่ลมหายใจ
และ อวดอุตริมนุสธรรมที่มีในตน

เล่มหลังสุดนี้ เป็นการอธิบายสภาวะพระนิพพานอย่างละเอียด อย่างเป็นธรรมชาติและเป็นวิทยาศาสตร์ด้วยรวมทั้งได้เล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตประจำวัน
กับครอบครัวและสังคมได้อย่างปกติ กลมกลืนกับพระนิพพานได้อย่างไร ซึ่งเป็นเนื้อหา
ที่สอดคล้องกับการที่เธอออกมาอาสาเป็นไกด์พาคนไปพระนิพพานดังนั้นเธอจึงจำเป็นต้องเล่า
ประสบการณ์ทางธรรมอย่างละเอียดลออว่าได้พบเห็นอะไรอย่างไรบ้างบนภูกระดึงเพื่อให้ผู้อ่านพอ
มีจินตนาการอยากไปนิพพานและยอมให้เธอพาไปนิพพานด้วย

หนังสือที่น่าสนใจมากอีกเล่มหนึ่ง คือไอน์สไตน์ถาม พระพุทธเจ้าตอบ ซึ่งอาจารย์ศุภวรรณ
สามารถอธิบายสภาวะนิพพานอย่างเป็นเหตุผลทางวิทยาศาสตร์โดยนำมาเชื่อมโยงกับการค้นหา
จุดนิ่งของจักรวาลของอัลเบิรต์ ไอน์สไตน์

นอกจากนี้ ยังมีหนังสือที่พิมพ์แจกเป็นธรรมทานอีกหลายเล่ม ได้แก่
รู้เท่านี้…ก็พอแล้ว
พาตัวใจกลับบ้านกันเถิด
ดินแดนกัลปพฤกษ์

หากต้องการอ่านหนังสือทุกเล่มของอาจารย์ศุภวรรณ ก็สามารถดาวน์โลด จากเว็บไซต์ได้ที่
http://www.supawangreen.in.th/book.html

สำหรับหนังสือภาษาอังกฤษ ก็สามารถดาวน์โหลดได้เช่นกัน ที่
http://www.supawangreen.in.th/eng_book.html

 

Add comment มีนาคม 31, 2008

ประวัติอาจารย์ศุภวรรณ พิพัฒพรรณวงศ์ กรีน

เกิดวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2497 (ตามสูติบัตร และ พาสปอร์ต) วันเกิดจริงตามปฏิทินจีนที่มารดาจดไว้อาจจะเป็น
วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2496เป็นลูกสาวคนเล็กและคนที่ 6 ในจำนวนพี่น้อง 7 คน เรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนอัมพรไพศาล เขตบางลำพู

พ.ศ. 2514 - 2515
สอบได้ทุนเอเอฟเอสไปเรียนที่ Westbury High School เมืองฮุสตัน รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา

พ.ศ. 2516 - 2520
เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

พ.ศ. 2520
บวชชีพราหมณ์ที่วัดบ้านหนองหวี จังหวัดพะเยา เป็นเวลา 3 เดือน
และ เดินทางต่อไปอยู่ถ้ำคนเดียวที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรีอีก 3 เดือน

พ.ศ. 2521
ทำงานโรงพยาบาลฝ่ายคนไข้สัมพันธ์เป็นเวลา 16 เดือน

พ.ศ. 2522
ทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ให้กับสำนักงานข้าหลวงใหญ่
เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNHCR) โดยทำงานในค่ายอพยพ
ผู้ลี้ภัยชาวเขมร เวียดนามและชาวม้งเป็นเวลา 15 เดือน ได้พบ
คุณแบรี กรีนในขณะที่ทำงานอยู่ค่ายอพยพเขมรที่บ้านแก้ง อำเภอสระแก้ว
ต่อมาได้แต่งงานและย้ายตามสามีไปอยู่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ
ในเดือนมกราคม ปี พ.ศ.
2524 มีบุตรชาย 3 คน เซียน กรีน เกิดปี 2524,
รุ่งธรรม กรีน เกิดปี 2527, และ สันติสุข กรีน เกิดปี 2529

พ.ศ. 2531- 2548
ทำงานเป็นอาจารย์สอนไท้เก๊กและสติปัฏฐานสี่ ที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม

อาจารย์ศุภวรรณได้เริ่มทำงานเขียนหนังสือ ตั้งแต่บุตรคนที่สองมีอายุเพียง 3 ขวบ
ในขณะที่ทำหน้าที่ของแม่บ้านดูแลครอบครัวเธอก็พยายามหาเวลาที่จะเขียนหนังสือ
เพื่อแบ่งปันความรู้ทางธรรม ให้แก่เพื่อนมนุษย์ ณ บัดนี้ (พ.ศ.2551)อาจารย์ศุภวรรณ
มีหนังสือทั้งภาษาไทย และอังกฤษกว่า 20 เล่ม มีเว็บไซต์ที่อัดแน่นด้วยความรู้ทางธรรม
และได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางนอกจากเปิดการอบรมธรรมที่เมืองไทยและอังกฤษ
แล้ว เธอยังได้จัดงานอบรมธรรมที่ประเทศแคเมอรูน สิงคโปร์ และ อเมริกาด้วย

อาจารย์ศุภวรรณมั่นใจว่า เป้าหมายสูงสุดของชีวิตของมนุษย์ทุกคนคือการออกจากคุกชีวิต
หรือถึงนิพพาน ซึ่งจะทำได้ …ก็โดยการพาตัวใจกลับบ้าน

Add comment มีนาคม 28, 2008


Categories

Links

Feeds